วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

แนวทางการฝึกภาษาอังกฤษของผม เผื่อเป็นกำลังใจกันครับ

ผมอยากเล่าให้ฟังเพราะปัจจุบันนี้ผมอ่านข่าวภาษาอังกฤษเป็นเรื่องปกติ(โหมด I.T.) คุย(พอ)ได้  แต่การเขียนยังไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ เอาเป็นว่าดูหนังฝรั่งพอรู้เรื่องแล้ว ถ้ามีซับEng ก็เคลียร์ ประมาณนี้ จากที่แต่ก่อนไม่รู้เรื่องเลย คิดว่าหลายๆ คนน่าจะมีปัญหาคล้ายกับผม ขอเป็นกำลังใจกันครับ

สิ่งที่ผมคิดว่าต้องมีเลยอย่างแรก และสำคัญที่สุดคือ หาสิ่งที่เราชอบที่จะทำ

ผมชอบอ่านข่าวไอที โดยเฉพาะจากเว็บ Blognone  เป็นเว็บที่ สั้นๆ เนื้อหากระชับ ความคิดเห็นหลากหลาย ปัญหาของผมคือ เมื่ออ่านไปสักพัก เริ่มรู้สึกว่าข่าวที่นำมาเสนอยังไม่ทันหายอยากก็อ่านหมดซะแล้ว ซึ่งก็ต้องชม WM หน่อยว่า ขยัน และรู้ค่อนข้างกว้างจริงๆ (หลังๆ เห็นเขียนเรื่องการเงินด้วย เก่งชิบ ทั้งคู่เลย) ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มอ่านตามลิงค์ที่ทางเว็บอ้างอิงถึง ซึ่งก็คือเว็บข่าวฝรั่งนั่นเอง นั่นล่ะจุดเริ่ม

แต่จะว่านี้ทำให้ผมเริ่มอ่านออกอย่างเดียวก็คงไม่ครอบคลุม เรื่องประกอบอื่นๆ ของผม

ผมไปอยู่สิงคโปร์ เลยไปเข้าคอร์สภาษาอังกฤษ สอบตอนนั้นอยู่ระดับ Pre -Intermediate ถ้าภาษาเราๆ ก็อยู่ระดับไม่ค่อยโง่นะ ก็คือโง่อยู่ดีแหละ  มีเพื่อนหลายชาติเลย ซึ่งไปๆ มาๆ ภาษามันก็พอๆ กับเราแหละ บ้านนอกพอกัน ฮ่าๆ แต่ไอ้ที่ได้คือ กล้าพูดภาษาอังกฤษขึ้นหน่อย นอกนั้นก็ไม่ได้อะไรเท่าไหร่หรอกครับ ของผมเองนะ ถ้ากลับมาไม่ได้ต่อ แม่งก็ลืมอยู่ดีแหละ

อย่างที่สองคือ อาจารย์ที่นู่น (Cambridge)   ดุชิบหาย ใครตอบไม่ได้ แม่จี้ซะ อารมณ์ประมาณว่า มรึงเลวมากๆ เลยนะ ผมล่ะไม่ได้กลัวอาจารย์หรอก แต่อายหว่ะ เวลาตอบไม่ได้ โดยเฉพาะเด็กจีนที่มาเรียนด้วย หน้าเสียเลย ผมเลยอ่านก่อนไปเรียนตอนขึ้นรถทุกวัน (อยู่ไทยไม่เคยทำหรอก) ได้ผลหว่ะเฮ้ย รอดตัวทุกครั้ง นี่เลยทำให้ผมได้พื้นภาษาขึ้นมานิดนึง ยอมรับว่านิดนึงจริงๆ ไม่มากหรอก แค่รู้ว่า Should ต้องมี be อะไรประมาณเนี๊ยะ

ต่อมาคือ ช่วงที่ไปเรียน ผมอ่านจากบล็อกของลุงพิพัฒน์ แกบอกว่าต้องท่องศัพท์ให้ได้อย่างน้อย 3000 คำ แล้วจะสามารถออกท่องยุทธภพ ผู้ที่ท่องจบน่าจะอยู่ระดับเทียมเทพกระบี่ คือเดินเหิน พูดภาษาฝรั่งสบาย อังกฤษอยู่ที่ใจ อ่านตอนนั้นแล้วเกิดกำลังใจ เนื่องจากปัญหาของการเรียนของผมคือ ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน หนทางไกลไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าไม่รู้ที่สิ้นสุดนี่หมดกำลังใจ พอรู้ว่าท่องแค่ 3000 มรึงเทพ งั้นผมลุยเลย

ตอนนั้น ผมนั่งท่องมันเรื่อยๆ อยู่เดือนนึง ติดขัดอยู่ตรง ท่องหน้าลืมหลัง เข้าใจเลยคือ เพราะไม่ได้ใช้ ผมท่องยังไงก็ไม่ได้ 3000 คำ (ขี้เกียจด้วย) อีกทั้งพออ่านข่าว ศัพท์มันก็จำเพาะ เล่นคำกันอีก (แต่คิดว่าเข้าใจง่ายกว่าข่าวพาดหัวของไทยนะ) ผมพยายามอ่านข่าวที่หลากหลาย ทั้งการเมือง กีฬา ศาสนา แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนกับทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ อาหารไม่อร่อย มันก็ไม่อยากกิน อีกทั้งแม้เพิ่งอ่าน แต่พอมาอ่านอีก ลืมครับ ผมเข้าใจนะ ทีเดียวมันไม่จำหรอก ต้องซ้ำๆ แต่มันไม่อยากกิน  ทำไงล่ะ

มันจึงกลับไปที่จุดเริ่มต้นนั่นแหละครับ คุณรักที่จะทำหรือเปล่า โชคดีอย่างที่ผมชอบข่าวไอที และอ่านการ์ตูน อ่านแล้วมันมันส์ เดี๋ยวนี้ผมอ่าน Engadget, Gizmodo, Mangafox, The Verge สบายเลย คงสัก 70-80 เปอร์เซ็นที่อ่านได้ ย่ิงอ่านยิ่งเปิดดิกน้อยลงเรื่อยๆ  ศัพท์เฉพาะจริงๆ ก็เปิดดิก.เอา เดี๋ยวนี้ตัวช่วยมันเยอะ ถ้าคุณใช้ Google chrome มันมีพวกโปรแกรมดิก.ที่พอเรางงก็คลิกแล้วเดี๋ยวมันแปลตรงนั้นเลย มันทำให้เราพัฒนาไวนะ

ขอเป็นกำลังให้กับคนที่อยากฝึกนะครับ สรุปว่า
1. หาอะไรที่คุณชอบทำ ผมเองชอบอ่านข่าวไอที
2. ทำเรื่อยๆ เป็นเหมือนกันหมดครับ เคยอ่านแล้ว สักพักก็ลืมศัพท์นั้นๆ เท่าที่ผมสังเกตผมเองดู สัก 3 ครั้งจะเริ่มติดหัวแล้ว สำหรับศัพท์ใหม่ๆ
3. ควรมีศัพท์ในหัวตุนไว้ก่อน จากบล็อกลุงพิพัฒน์นั่นล่ะครับ ให้คุ้นๆ ไว้


สุดท้ายนี้
ขอให้ลุงพิพัฒน์แข็งแรงๆ นะครับ
ขอให้เว็บ Blognone รุ่งๆ นะครับ ทำให้ผมอยากอ่านข่าวภาษาอังกฤษขึ้นมา

สวัสดีครับ


ไม่มีความคิดเห็น: